เมตตาเจโตวิมุตติ (ข้อสอบอัตตาตัวตนขั้นละเอียด)

#เมตตาเจโตวิมุตติ #เมื่อใดเธอเจริญสมาธินี้อย่างนี้เจริญดีแล้ว#เมื่อนั้นเธอจักเดินไปในทางใดๆก็จักเดินเป็นสุขในทางนั้นๆ#ยืนอยู่ในที่ใดๆก็จักยืนเป็นสุขในที่นั้นๆนั่งอยู่ในที่ใดๆก็จักนั่งเป็นสุขในที่นั้นๆ #นอนอยู่ที่ใดๆก็จักนอนเป็นสุขในที่นั้นๆ#เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติอันบุคคลทำให้เจริญแล้ว#ทำให้มากแล้วทำให้เป็นดุจยานที่เทียมดีแล้วทำให้เป็นที่ตั้ง#ประพฤติสั่งสมเนืองๆปรารภสม่ำเสมอดีแล้วพึงหวังอานิสงส์๑๑อย่างคือ#หลับเป็นสุข๑#ตื่นเป็นสุข๑#ไม่ฝันร้าย๑#เป็นที่รักของพวกมนุษย์๑#เป็นที่รักของพวกอมนุษย์๑#เทพยดารักษา๑ไฟก็ดียาพิษก็ดีศัสตราก็ดีไม่ต้องบุคคลนั้น๑จิตตั้งมั่นได้รวดเร็ว๑ สีหน้าผุดผ่อง๑#ไม่หลงทำกาละ๑#เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมเกิดในพรหมโลก๑#เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติอันบุคคลทำให้เจริญแล้วทำให้มากแล้วทำให้เป็นดุจยานที่เทียมดีแล้ว#ทำให้เป็นที่ตั้ง ประพฤติสั่งสมเนืองๆปรารภสม่ำเสมอดีแล้ว#พึงหวังอานิสงส์๑๑อย่างนี้แล#พุทธวจนะในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า #จิตยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเสมอกันหมดใจที่ภาวนามาถึงจุดนี้จะรู้สึกโลกนี้ราบเป็นหน้ากลอง #ถัดจากนั้นกระบวนการเกิดอริยมรรคถึงจะเกิดขึ้นก็จะมีตั้งแต่#อนุโลมญาณสัจจานุโลมิกญาณโคตรภูญาณมัคคญาณผลญาณปัจจเวกขณญาณ#ในกระบวนการที่เกิดอริยมรรคก็มีตั้งแต่อนุโลมญาณโคตรภูญาณมัคคญาณผลญาณอยู่ในกระบวนการที่จะเกิดอริยมรรค#กระบวนการนี้จบแล้วยังจะเกิดญาณตัวที่สิบหก#ปัจจเวกขณญาณทวนเข้าไปพิจารณาว่าตอนที่เกิดอริยมรรคนั้นล้างกิเลสอะไรไปบ้าง#กิเลสอะไรยังไม่ล้างจะทวนเข้าไปดูก็รู้ว่างานยังไม่เสร็จ#ถ้างานเสร็จแล้วก็ทวนเข้าไปดูเห็นความเสร็จแล้ว#จิตจะไปพิจารณานิพพานได้แล้วไปทำความรู้แจ้งในตัวนิโรธ #เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล #อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ #บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส #เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ าดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิดขึ้น”

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตที่ดี..ต้องมีบททดสอบ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี ไร่เชิญตะวัน [พระมหาวุฒิชั...

พระพุทธเจ้าค้นพบหลักธรรมที่ศาสนาอื่นไม่มี 🪷 ป.อ. ปยุตฺโต

การบรรลุมรรคผลในทางพระพุทธศาสนา#บรรลุมรรคผลแล้วไปไหน#จิตรู้แจ้งพระนิพพาน...