บทความ
กำลังแสดงโพสต์จาก พฤษภาคม, 2023
เพชรพิณทอง จ่อย จุกจิก สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการ#สังสารวัฏนี้น่ากลัว #เพราะมันปิดบังตัวเองได้ #ความจริงเกี่ยวกับความจำที่อาจไม่สนุกนัก#และนับเป็นเรื่องน่ากลัวของสังสารวัฏก็คือ ธรรมชาติเองก็เล่นเกม "#ลบความทรงจำ" #ปล่อยให้เราทำดีทำชั่ว และรับผลดีผลชั่วอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแบบนี้มานับชาติไม่ถ้วนอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครจำได้ ว่าตัวเองเกิดมาเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างที่เป็น และทำไมต้องเจอกับอะไรที่เจอ ความทรงจำในอดีตชาติของเราถูกลบเลือนไปสิ้นในช่วงแห่งภวังค์ ๙ เดือนในท้องแม่ ถ้าเราจำได้ว่าเคยทำอะไรไว้ เคยถูกลงโทษไว้สาหัสสากรรจ์จนทุกข์ทรมานเพียงไหน เราคงไม่กล้าอีก... ที่จะทุจริตฉ้อโกง ทำร้ายหรือทำลายชีวิตใคร ฯลฯ อย่างน้อยย่อมมีความเข็ดขยาดอย่างแรงกล้า แม้สิ่งยั่วยุตรงหน้าจะล่อใจเพียงใดก็ตาม เหมือนเด็กที่รู้แล้วว่าการเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟมันเจ็บปวดขนาดไหน แล้วเข็ดที่จะทำอีก แต่เพราะเราจำไม่ได้ และเราต่างก็ยังดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ ด้วยความไม่รู้ และไม่สนใจกระทั่งที่จะศึกษาเรียนรู้ เราก็ได้แต่เสี่ยงผิดเสี่ยงถูก ทำอะไรกันไปตามสัญชาตญาณเพื่อสนองกิเลสเฉพาะหน้าเป็นคราว ๆ ไปเท่านั้น หลวงพ่อปราโมทย์ท่านเคยเปรยขึ้นมาครั้งหนึ่งนะว่า "ถ้าเราความจำดีนะ... จะหนาว..." ท่านพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ แล้วก็ทิ้งท้ายไว้ด้วยความเงียบครู่หนึ่งอย่างนั้น จนทำให้รู้สึกว่าคำว่า "จะหนาว" คำนั้น น่ากลัวและเย็นยะเยือกเกินจินตนาการยิ่งนัก "ถ้ามองย้อนลงไป... มองย้อนลงไป...ได้นะ จะหนาวจริง ๆ สังสารวัฏนี้น่ากลัว เพราะมันปิดบังตัวเองได้" "นรกผ่านมาแล้วทุกคนนะ เดรัจฉานเป็นมาแล้วนะ เป็นกันมาหมดแล้ว..." หลวงพ่อท่านต่อท้ายไว้เสียน่าหนาวสันหลัง เคยคิดไหมคะว่า เราเคยทำอะไรไว้บ้าง แล้วที่คิด ๆ ทำ ๆ อยู่ทุกวันนี้ จะซัดเราไปสู่อัตภาพแบบไหนหลังความตายได้อีก เดรัจฉาน หรือนรกนั้น ไม่ใช่เรื่องเกินวิสัยเลย เราเดิน ๆ กันอยู่แค่ปากเหวนี่เอง ถ้าเป็นมนุษย์กิเลสหนาอย่างเรา ๆ ที่ไม่มีความสามารถระลึกถึงอดีตชาติเช่นนั้นได้ ก็คงรับผลไปอย่างงง ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ตัวเองนั่นแหละที่สร้างเหตุแห่งความเป็นเช่นนี้ไว้ "ความจำ" มีศัพท์เทคนิคในทางพุทธศาสนาอยู่คำหนึ่ง คือคำว่า "สัญญา" ซึ่งไม่ได้หมายถึงคำมั่นสัญญานะ แต่มีความหมายถึง ความจำได้หมายรู้ พระพุทธเจ้าท่านพูดถึง สัญญา หรือความจำนี้ ว่าไม่เที่ยง ไม่มีอะไรเป็นประกันได้เลยว่า เกิดใหม่เราจะเป็นอย่างไร จะคิดอย่างไร ไม่ว่าชาตินี้เราจะเป็นคนแสนดี หรือรู้จักจดจำข้อธรรมได้มากมายแค่ไหนก็ตาม พอตายแล้วเกิดใหม่ เราก็จำไม่ได้อยู่ดี และถ้าเราเป็นคนเลวในอนาคต ก็ต้องรับกรรมด้วยการไปเกิดในอบาย
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
#การบรรลุมรรคผล#กิจของอินทรีย์ในขณะบรรลุธรรม#การทำความเพียรดุจผู้บำรุงรักษาป่า#การทำความเพียรแข่งกับอนาคตภัย#ข้ามเข้ามาทวนเข้ามาถึงจิตแท้#ถึงวิญญาณธาตุธาตุรู้แท้ๆแล้ว#ธรรมธาตุตัวนี้แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้น#อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตอยู่นี้ถูกอริยมรรคแหวกออกแหวกออกทำลายออก#ก็ล้างกิเลสล้างในพริบตาเดียวในขณะเดียววับเดียวขาดเลย#มันคล้ายๆเปิดสวิตช์ไฟปั๊บสว่างวูบเดียวความมืดหายไปเลยนะ#ในพริบตานั้นเลยจิตถัดจากนั้นนะจะเห็นพระนิพพาน#อีก๒ขณะ๓ขณะเห็นไม่เท่ากันหรอก#บางคนเห็น๒ขณะบางคนเห็น๓ขณะ#ถ้าพวกอินทรีย์กล้ามากๆก็เห็น๓ขณะ#พวกอินทรีย์ไม่กล้ามากก็เห็น๒ขณะ#เพราะฉะน้นพระอริยะในภูมิเดียวกันนะระดับเดียวกัน#ความรู้ความเข้าใจไม่เท่ากัน #ความแตกฉานอะไรอย่างนี้ไม่เท่ากัน เห็นพระนิพพาน ก็รู้ว่าพระนิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา นิพพานไม่เคยหายไปไหน อยู่ต่อหน้าต่อตานี้แหละ แต่โง่เอง ไม่เห็นทำไมไม่เห็น มัวแต่เห็นแต่กาม มัวแต่เห็นรูปภพ มัวแต่เห็นอรูปภพ จิตไม่รู้จักปล่อย ตรงที่เขาปล่อย เขาข้ามแล้ว เขาทิ้งแล้ว ตรงโคตรภูญาณที่จิตข้ามโคตรน่ะ ข้ามจากปุถุชน มาเป็นพระอริยะ ข้ามทิ้งตรงนี้ มันทิ้งหมดเลยนะ มันทิ้งกามภูมิ รูปภูมิ อ...
การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#วิมุตติความหลุดพ้น#เรานึกถึงความตายอยู่...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
การเกิดครั้งสุดท้าย#การบรรลุมรรคผล#ความสิ้นอาสวะ#วิมุตติความหลุดพ้น#เธออ...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ผู้ถึงฝั่งแห่งภพ วิมุตติ ๕ ประการนี้ ซึ่งเป็นเหตุให้จิตของภิกษุ ผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ ที่ยังไม่ห โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์#ทางสิ้นทุกข์ความพ้นทุกข์ทางใจ#การบรรลุมรรคผลของจิต#การเกิดอริยมรรค กลับบ้านเราพระพุทธเจ้ารออยู่ อารมณ์พระอรหันต์_การสำเร็จมรรคผล#การเกิดมรรคผล#การทำอริยสัจจ์ให้บริบูรณ์ #การบรรลุมรรคผล#ดูกรภิกษุเปรียบเหมือนประทีปน้ำมัน #อาศัยน้ำมันและไส้จึงโพลงอยู่ได้ #เพราะสิ้นน้ำมันแ ผู้มีกระแสในเบื้องบน#เศษน้ำมันปลายขนจามรี#ตถาคตโพธิสัทธา#การบรรลุมรรคผล การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ พอปล่อยวางกาย จิตใจก็จะพ้นจากความทุกข์ ไม่พึงด่วนทำกาละ กลับบ้านเราพระพุทธเจ้ารออยู่#ศีลนี่นะมันจะช่วยจัดระเบียบชีวิตของเราให้มันเรียบง่ายนะ สบายๆ คำพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า โลกราบเป็นหน้ากลอง วิมุตติความหลุดพ้น#ผู้มีร่างกายสุดท้ายกายนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ #จิตนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆถ้าภาวนาได้อย่ #การบรรลุมรรคผล#ดูกรภิกษุเปรียบเหมือนประทีปน้ำมัน #อาศัยน้ำมันและไส้จึงโพลงอยู่ได้ #เพราะสิ้นน้ำมันแ อารมณ์พระอรหันต์ ผู้ไม่มีร่องรอย ความรู้เพื่อความสินทุกข์ การเกิดอริยมรรค#เธออย่...
ทางออกจากสังสารวัฏ#ดูก่อนสุทัตตะเมื่อรากยังมั่นคงแม้ต้นไม้จะถูกตัดแล้ว ม...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ทางออกจากสังสารวัฏ#ดูก่อนสุทัตตะเมื่อรากยังมั่นคงแม้ต้นไม้จะถูกตัดแล้ว ม...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ#ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า#เลยไปหนึ่งอสงไขยแสนกัปแต่กัปนี้ไป#ข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า#ทรงพระนามว่าอโนมทัสสี #ปรารถนาเห็นพระองค์#เราฝึกไปจนกระทั่งใจเข้าสู่ความเป็นกลางเป็นกลางและบุญบารมีทั้งหลายเราก็สะสมของเราไป#เวลาวัดการปฏิบัตินะว่าดีหรือไม่นี่เราไม่ได้วัดเป็นรายวันเราจะวัดคล้ายคล้าย เกรดเฉลี่ยเกรดเฉลี่ย#คือจิตใจของเราจะเติบโตขึ้นไปเรื่อยเรื่อย #จิตใจที่เข้มแข็งเติบโตขึ้นมาเนี่ยเมื่อมันมีบารมีมากขึ้นนะ#มันสะสมมาจากการสร้างความดีนานาชนิดนะเป็นพลังของจิต #บางคนเจริญสติอย่างเดียวนะความดีอื่นไม่เอาเลย#เจริญสติเจริญปัญญาอย่างเดียวเรื่องอื่นไม่เอาเลยนะ#เรื่องศีลเรื่องอะไรไม่เอาทั้งนั้นเลยพวกนี้จิตไม่มีพลัง #อย่างมีสมาธิบางคนก็ทำสมาธิเจริญปัญญา ศีลไม่รักษา #จิตจะไม่มีพลัง และพลังของจิตตัวนี้มันเป็นมวลรวม #เป็นพลังรวมจากความดีทุกทุกอย่าง #ที่สะสมไว้ เรียกว่าบารมีต่างๆพอสะสมบารมีต่างๆมากพอแล้ว #จิตจะเกิดพลังที่จะก้าวกระโดด จะเกิดเปลี่ยนเรียกว่าเปลี่ยนโคตรเปลี่ยนตระกู...
พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่ หยาด - นภาลัย #ค่อยๆฝึกไม่ยากหรอก #บางคนขึ้นรถทัวร์เขาได้ดีมาแล้ว#เคยมีมา#นั่งรถทัวร์นี่ล่ะ#นั่งภาวนาไปเรื่อยๆ #จิตมันเบิกบานยิ้มแย้มขึ้นมาก็มี #บางคนนั่งฟังธรรม #แล้วจิตเบิกบานขึ้นมา #เข้าใจธรรมะขึ้นมา#บางคนแสดงธรรมอยู่ #แล้วจิตมันก็แจ่มแจ้งในธรรมะขึ้นมา #หลวงพ่อพุธท่านเคยเล่า #ท่านแจ้งพ้นทุกข์ขึ้นมาบนธรรมมาสน์ #เทศน์ๆ อยู่ จิตมันกำลังเทศน์ๆ #แล้วจิตมันพิจารณาธรรมะที่เทศน์อยู่ #พิจารณาธรรมะแล้วถ่ายทอดไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ#เวลาครูบาอาจารย์เทศน์ ไม่ใช่ท่องมา #แต่ธรรมะมันถ่ายทอดจากจิต ถ่ายทอด ๆ ไป #แล้วสติ สมาธิ ปัญญา สมบูรณ์ในขณะนั้น #จิตรวมลงในขณะนั้น ก็ล้างกิเลสในขณะนั้นเลย #แล้วท่านบอกว่าจิตมันถอนขึ้นมา #ใช้เวลาชั่วพริบตาเดียว จิตมันถอนกลับขึ้นมา #ท่านรีบนึกเลยว่าเมื่อกี้เทศน์ถึงอะไร แล้วก็เทศน์ต่อ #คนที่นั่งฟังไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น #มันใช้เวลาสั้นนิดเดียว ชั่ว 2 - 3 ขณะเท่านั้นเอง #แวบเดียวเท่านั้นเอง #เพราะฉะนั้นเราพยายามมีสติ รู้เนื้อรู้ตัว #ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ #เวลาไหนถ้าเรามีสติ มีสมาธิอยู่ #ก็อาจจะเกิดมรรคผลเวลานั้นได้ #ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดตอนไหน #ถ้าเราทำบ้างไม่ทำบ้างมันไม่ได้เรื่องหรอก#สมมติว่าบารมีเต็มมันก็ไม่ตัดหรอก #เพราะว่ามันหลงไปเสียก่อน อกุศลมันเกิดขึ้นแทนที่ไป #ฉะนั้นเราอย่าประมาท พยายามรู้สึกตัวไว้ตลอดเวลา #อ่านจิตอ่านใจตัวเองเรื่อย ๆ ไป #ไม่ได้หวังผลว่าจะดีเมื่อไร แต่มันมีโอกาสจะดี #แต่ถ้าจิตใจเราล่องลอย ไม่มีโอกาสได้ดีเลย" #การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด บางคนมีอาการระเบิดอยู่ภายใน คือสิ่งที่เราอัดอั้นสะสมไว้ มันถูกทลายออกไป สะสมไว้เป็นอะไร เป็นอารมณ์ เป็นตัวตน ซึ่งมันไม่ได้มีอยู่จริงพวกนี้ เป็นแค่เราไปยึด ๆ ยึด ๆ รวม ๆ กันไว้มันเลยเป็นกลุ่มก้อนความรู้สึก แล้วสิ่งเหล่านี้มันถูกระเบิดออกไป หรือทำให้มันขาดไป พอสิ่งเหล่านี้ขาดไป หรือสลายไป มันก็เลยมีผลกระทบไปที่ ร่างกาย เพราะกายนี้เป็นไปตามอำนาจใจ ที่เรายังมีร่างกายยังอยู่ เพราะใจมันยังพะวงกับกายอยู่ ใจมันยังเสพกายอยู่ มันก็เลยมาอยู่กับกาย และเมื่อใจมันเสพกาย มันก็เอาพลังของตัวเองมาสร้างกาย มาสร้างยีนต่าง ๆ เราจะเห็นได้ว่ายีนมาจากโปรตีน 4 ตัว แต่เพราะแต่ละคนผสมกันในสัดส่วนที่ไม่เหมือนกันเลย 4 ตัวนี้ เพราะใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีปัญญา คุณธรรม ทั้งความโง่ไม่เหมือนกัน มันก็เลยมาสร้างยีนไม่เหมือนกัน ก็เลยออกมามีรูปร่างหน้าตาที่ต่างกัน ดังนั้น พอเราไปปรับที่ใจ มันก็เลยสะท้อนออกมาที่กายด้วย เราจะสังเกตว่าพอเราโกรธที่ใจ ร่างกายก็มีผลกระทบด้วย พอเรามีความสุข ความใสที่ใจ กายมันก็เบา บางทีกายมันเบาจนหายไปไหนก็ไม่รู้ เราไม่รู้สึกทางกาย มันก็มีผลกระทบกับกาย ออกมาแล้วตัวมันก็เบา ดังนั้นพอเราปรับเปลี่ยนสภาวะจิตไปถึงขั้นมรรค ผล ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย ชัดเจน ชัดเจนมาก ดังนั้นตอนเข้ามรรคผล จึงเกิดปัจจเวกขณญาณรู้ชัดว่าเราดับตัวนี้ได้แล้วเช่นดับสักกายทิฏฐิได้แล้ว ดับวิจิกิจฉาได้แล้ว ความลังเลสงสัยไม่มีอีกโดยสิ้นเชิง คือใครจะมาบอกว่าพระพุทธเจ้าไม่มีจริง พระธรรมไร้สาระ มันไม่เข้ามาในสารบบของเราเลย มันแน่นอนขนาดนั้น หรือใครจะมาบอกว่า “เอ็งจงถอนคำพูดว่านับถือพระพุทธเจ้า ถ้าไม่ถอนคำพูดจะยิงให้ตาย” มันก็ถอนไม่ได้ มันแน่นอนอย่างนั้น คือมันเป็นปรกติธรรมชาติอย่างนั้นไปแล้ว รวมทั้งศีลด้วย
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
Ithipiso bhagawa araham samma sambuddho- stage performance-
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
นแค่เราไปยึด ๆ ยึด ๆ รวม ๆ กันไว้มันเลยเป็นกลุ่มก้อนความรู้สึก แล้วสิ่งเหล่านี้มันถูกระเบิดออกไป หรือทำให้มันขาดไป พอสิ่งเหล่านี้ขาดไป หรือสลายไป มันก็เลยมีผลกระทบไปที่ ร่างกาย เพราะกายนี้เป็นไปตามอำนาจใจ ที่เรายังมีร่างกายยังอยู่ เพราะใจมันยังพะวงกับกายอยู่ ใจมันยังเสพกายอยู่ มันก็เลยมาอยู่กับกาย และเมื่อใจมันเสพกาย มันก็เอาพลังของตัวเองมาสร้างกาย มาสร้างยีนต่าง ๆ เราจะเห็นได้ว่ายีนมาจากโปรตีน 4 ตัว แต่เพราะแต่ละคนผสมกันในสัดส่วนที่ไม่เหมือนกันเลย 4 ตัวนี้ เพราะใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีปัญญา คุณธรรม ทั้งความโง่ไม่เหมือนกัน มันก็เลยมาสร้างยีนไม่เหมือนกัน ก็เลยออกมามีรูปร่างหน้าตาที่ต่างกัน ดังนั้น พอเราไปปรับที่ใจ มันก็เลยสะท้อนออกมาที่กายด้วย เราจะสังเกตว่าพอเราโกรธที่ใจ ร่างกายก็มีผลกระทบด้วย พอเรามีความสุข ความใสที่ใจ กายมันก็เบา บางทีกายมันเบาจนหายไปไหนก็ไม่รู้ เราไม่รู้สึกทางกาย มันก็มีผลกระทบกับกาย ออกมาแล้วตัวมันก็เบา ดังนั้นพอเราปรับเปลี่ยนสภาวะจิตไปถึงขั้นมรรค ผล ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย ชัดเจน ชัดเจนมาก ดังนั้นตอนเข้ามรรคผล จึงเกิดปัจจเวกขณญาณรู้ชัดว่าเราดับตัวนี้ได...
การบรรลุมรรคผลที่ถูกต้อง#วิมุตติความหลุดพ้น#ทางพระนิพพาน #มรรควิถีของมัน...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ศีล สมาธิ ปัญญาอัตโนมัติ ปีนี้มันก็หมดไปไตรมาสหนึ่งแล้ว วันเวลาผ่านเร็วมาก วันๆ หนึ่ง เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็เดือน เดี๋ยวก็ปี เอาคืนไม่ได้แล้ว หมดไปสิ้นไปเรื่อยๆ เราได้ใช้เวลาของเราให้มีประโยชน์เต็มที่ไหม สำรวจตัวเอง ประเมินผลตัวเองดู ตอนหลวงพ่อยังไม่บวช หลวงพ่อประเมินผลตัวเอง 3 เดือนนี้กับ 3 เดือนก่อน เรามีพัฒนาการไหม หรือหยุดนิ่ง หรือเลวลง สำรวจตัวเองอยู่เสมอเลย แต่ใจเย็น ไม่ได้เร่าร้อนว่าจะต้องดีเมื่อนั้นเมื่อนี้ เพียงแต่วัดตัวเองไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ ประมาณไตรมาสหนึ่งก็ดูทีหนึ่ง ถ้าเราภาวนาทุกวันสม่ำเสมอ เวลา 3 เดือนไม่ใช่น้อย เราทำประโยชน์ให้จิตใจตัวเองได้มาก ไม่น้อยหรอก แต่ถ้าเราเอา 3 เดือนไปทำวุ่นวาย ไปสนองกิเลสเรื่อยๆ มันก็สูญเปล่าไป มันไม่ได้แค่เสมอตัว ถ้าความดีไม่ทำ ไม่พากเพียรปฏิบัติ ผ่านเวลาไป มันไม่ได้เสมอตัวหรอก มันเลวลง ธรรมชาติของจิต มันไหลลงต่ำอยู่เรื่อย ไม่ฝึก ไม่อบรม มันก็ไหลลงต่ำไป เหมือนน้ำไหลลงต่ำ ต้องฝึกตัวเอง ศีลต้องรักษา สมาธิต้องทำ การเจริญปัญญาทำได้ก็ดีมาก ถ้าศีลก็ไม่ได้รักษา ความเป็นมนุษย์ของเราล้มเหลวแล้ว เพราะธรรมะที่ทำให้เราได้เป็นมนุษย์อย่างนี้คือเราต้องมีศี...
พระโพธิธรรม (สันสกฤต: โพธิธรฺม, เทวนาครี बोधिधर्म; อักษรโรมัน (NLAC) : b...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ค้นหา สร้างบัญชี เข้าสู่ระบบ เครื่องมือส่วนตัว Toggle the table of contents พระโพธิธรรม บทความ อภิปราย อ่าน แก้ไข ดูประวัติ เครื่องมือ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี "พระโพธิธรรม" โดยโยะชิโทะชิ (ค.ศ. 1877) พระโพธิธรรม (สันสกฤต: โพธิธรฺม, เทวนาครี बोधिधर्म; อักษรโรมัน (NLAC) : bōdhidharma; จีน: 菩提達摩, พินอิน: Pútídámó , Dámó) แต่ในนิยายกำลังภายในในประเทศไทยมักเรียก ตักม้อ หรือ ตั๊กม้อ (สำเนียงแต้จิ๋ว ตรงกับจีนกลางว่า ต๋าหมอ) เป็นพระภิกษุมหายานผู้ก่อตั้งนิกายฉานขึ้นในประเทศจีน มีประวัติไม่ชัดเจนนัก แต่เชื่อกันว่ามีตัวตนอยู่จริง และเป็นผู้สถาปนาวัดเส้าหลิน ในจีน ทั้งยังได้เผยแพร่วิชามวยจีนในหมู่พระเณรของวัดเส้าหลิน จนมีชื่อเสียงมาจวบจนทุกวันนี้ ตามตำนานระบุว่า ท่านเกิดเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 6 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 3 ของพระมหากษัตริย์แคว้นคันธาระ ประเทศอินเดีย ใกล้เมืองมัทราสในปัจจุบัน มีนัยน์ตาสีฟ้า ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ก็ทรงปราดเปรื่องและแตกฉานในคัมภีร์ของทุก ๆ ศาสนา ตลอดจนวรรณคดี อักษรศาสตร์โบราณ นับเป็นปราชญ์เอกแห่งยุค เมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ พระองค์สามารถนั่งสมาธิเข้าฌาน...
อุปจารสมาธิ#เราไม่ลืมความตาย#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#ข้าแต่พระผ...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
#ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของพวกเรา #ที่เจ้าหนี้คือกิเลสมันตามทวง มีอะไรบ้าง #มันก็มารวมทวงกันชาตินี้แหละ ตัดใจเสียนะลูกรัก #คิดว่าเรารวมใช้หนี้มันเท่าที่เราจะพึงมี #มันอยากทวงก็เชิญให้มันทวง#เราจะยอมลำบากเพียงชาตินี้ชาติเดียว #ต่อไปเราพ้นภัย คือเข้านิพพานกันก็หมดเรื่อง จงคิดว่าขณะนี้เรากำลังถูกเจ้าหน้าที่ใช้งานเราเพื่อลบล้างหนี้ เมื่อหนี้หมด เรามีความสุข คิดอย่างนี้ใจจะสบาย... #มีความรู้สึกอยู่เสมอว่า #โลกไม่มีความสุข เอาอะไรแน่นอนไม่ได้ #อะไรเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา "ช่างมัน" ต่อสู้กับมันโดยธรรมจนกว่าจะสิ้นลมปราณ #ใจจะมีอารมณ์เป็นสุข#จากหนังสือ พ่อสอนลูก เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๔ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน คัดลอกโดย ด.ญ. ปุณยนุช ขจรนิธิพร #ความตายไม่มีนิมิตเครื่องหมาย#ในกัปที่๙๑แต่ภัทรกัปนี้ #เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น#เราไม่รู้จักทุคติเลย #นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. #เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ #คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ใน#ภาวะปรกติ#วิมุตติควา...
Buddha Hi Buddha Hai
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
#ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของพวกเรา #ที่เจ้าหนี้คือกิเลสมันตามทวง มีอะไรบ้าง #มันก็มารวมทวงกันชาตินี้แหละ ตัดใจเสียนะลูกรัก #คิดว่าเรารวมใช้หนี้มันเท่าที่เราจะพึงมี #มันอยากทวงก็เชิญให้มันทวง#เราจะยอมลำบากเพียงชาตินี้ชาติเดียว #ต่อไปเราพ้นภัย คือเข้านิพพานกันก็หมดเรื่อง จงคิดว่าขณะนี้เรากำลังถูกเจ้าหน้าที่ใช้งานเราเพื่อลบล้างหนี้ เมื่อหนี้หมด เรามีความสุข คิดอย่างนี้ใจจะสบาย... #มีความรู้สึกอยู่เสมอว่า #โลกไม่มีความสุข เอาอะไรแน่นอนไม่ได้ #อะไรเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา "ช่างมัน" ต่อสู้กับมันโดยธรรมจนกว่าจะสิ้นลมปราณ #ใจจะมีอารมณ์เป็นสุข#จากหนังสือ พ่อสอนลูก เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๔ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน คัดลอกโดย ด.ญ. ปุณยนุช ขจรนิธิพร #ความตายไม่มีนิมิตเครื่องหมาย#ในกัปที่๙๑แต่ภัทรกัปนี้ #เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น#เราไม่รู้จักทุคติเลย #นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. #เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ #คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ใน#ภาวะปรกติ#วิมุตติควา...
ท่องสังสารวัฏไม่รู้จบ สู่ความรู้ที่นำไปสู่ความหลุดพ้น พุทธัง สรนัง คัจฉามิ#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่าง #จิตยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเสมอกันหมด#ใจที่ภาวนามาถึงจุดนี้จะรู้สึกโลกนี้ราบเป็นหน้ากลอง #ถัดจากนั้นกระบวนการเกิดอริยมรรคถึงจะเกิดขึ้น#ก็จะมีตั้งแต่#อนุโลมญาณสัจจานุโลมิกญาณ#โคตรภูญาณ#มัคคญาณ#ผลญาณ#ปัจจเวกขณญาณ#ในกระบวนการที่เกิดอริยมรรค#ก็มีตั้งแต่อนุโลมญาณโคตรภูญาณมัคคญาณผลญาณ #อยู่ในกระบวนการที่จะเกิดอริยมรรค#กระบวนการนี้จบแล้วยังจะเกิดญาณตัวที่สิบหก#ปัจจเวกขณญาณทวนเข้าไปพิจารณาว่า#ตอนที่เกิดอริยมรรคนั้นล้างกิเลสอะไรไปบ้าง#กิเลสอะไรยังไม่ล้าง#จะทวนเข้าไปดูก็รู้ว่างานยังไม่เสร็จ#ถ้างานเสร็จแล้วก็ทวนเข้าไปดูเห็นความเสร็จแล้ว#จิตจะไปพิจารณานิพพานได้แล้วไปทำความรู้แจ้งในตัวนิโรธ #เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล #อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค #มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้น#จิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ #บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลย#จิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส #เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรค#มีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัส#หรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว #ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่#ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิด
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
หยุดเป็นตัวสำเร็จ #มาถึงวันนี้พวกเราจะได้ยินคำว่าไม่มีเวลาบ่อย #เวลาเราก็เท่าๆ กับคนโบราณ แต่ทำไมเรารู้สึกมันไม่พอ #ทั้งๆ ที่เราพยายามทำทุกอย่างให้เร็วขึ้นๆ #เวลากลับรู้สึกว่าสั้นลงเรื่อยๆ ไม่พอ #มันไม่พอใจที่มันดิ้นรน ใจที่มันหิว ใจที่มันอยาก #การที่ต้องเคลื่อนที่เร็วตลอดเวลา เหนื่อย #บางทีเหนื่อยจนกระทั่งไม่มีเวลาหยุดคิดทบทวน #ว่าเราวิ่งไปเพื่ออะไร วิ่งตามๆ กันไปเท่านั้นเอง #ถ้าเรารู้จักคำว่าหยุดเสียบ้าง #ชีวิตเราจะมีคุณค่ามากขึ้น #เราจะรู้สึกชีวิตมีเวลามากขึ้น #ยิ่งทำอะไรเร็วขึ้นเรื่อยๆ เวลายิ่งน้อยลง #แต่ว่าเรารู้จักหยุด เราก็จะมีเวลาอยู่กับตัวเองได้เยอะขึ้น #เวลาเราต้องทำมาหากินอยู่กับโลก #ต้องแข่งขัน ต้องอะไรมากมาย ก็รู้จักเบรกตัวเองเป็นช่วงๆ #แบ่งเวลาแต่ละวัน หรือแต่ละช่วงเวลา #หัดแบ่งเวลาไว้เป็นเวลาของการหยุดอยู่กับตัวเอง ไม่ใช่วิ่งตามโลกไปเรื่อยๆ #เพราะฉะนั้นเรารู้จักหยุด รู้จักรอ #มันเป็นศิลปะในการดำรงชีวิตอันหนึ่ง #ในทางธรรมก็ใช้ได้ #รู้จักหยุดแล้วจิตมันจะมีกำลังมาเจริญปัญญา #พิจารณาธาตุ พิจารณาขันธ์ #พิจารณากาย พิจารณาใจ จิตมันต้องมีกำลัง #ในทางโลก หยุด เวลาที่สับสนวุ่นวาย #ไม่ต้องคิดมากว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร #บางทีไม่ต้องทำอะไร #ปัญหามันแก้ตัวของมันเองก็ได้ เพราะมันก็ไม่เที่ยง #รู้จักเบรกบ้าง แล้วชีวิตจะมีความสุข #ที่แย่งกันจะเป็นจะตาย สุดท้ายว่างเปล่า #นอนหายใจแขม่วๆ นึกถึงทุกอย่าง #มีลาภก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ #เคยได้รับคำสรรเสริญก็ถูกเขาด่าอะไรอย่างนี้ #แล้วอะไร มีสุขอยู่ก็มีทุกข์ได้ โลกมันเป็นอย่างนั้น #หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ #ฉะนั้นรู้จักพัก รู้จักเบรก #แล้วชีวิตจะก้าวหน้าทั้งทางโลกทางธรรม
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
PATTAYA: sanctuary of truth, wood temple
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
#เป็นพระโสดาบันคล้ายเด็กหลงทาง #ที่รู้แล้วว่าบ้านอยู่ที่ไหนแต่ยังกลับไม่ถึงบ้าน #เรารู้นะว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน #รู้แล้วว่าพ่อแม่เราคือใคร #รู้ว่าพี่น้องเรามี #คือบรรดาพระอริยเจ้าทั้งหลาย #แต่ว่าเรายังกลับไม่ถึงบ้าน #เราก็จะเกิดความพากเพียรนะมุ่งมั่น #ศรัทธาของเราคราวนี้จะแน่นแฟ้นนะ #ไม่คลอนแคลนละเราก็ขยันภาวนาไปเรื่อย #บางคนก็ใช้เวลานานหน่อยนะ#อินทรีย์ไม่แก่กล้าใช้เวลา 7 ชาติ 7 ชาติสั้นนิดเดียวนะ #เราเวียนตายเวียนเกิดนับชาติไม่ถ้วน #บางคนก็สองสามชาติ #บางคนก็ชาติเดียว ภาวนาไปเรื่อย เรื่อย #สุดท้ายมันก็ถึงบ้าน#ถึงบ้านแล้วโฮ้ยหาบ้านแทบตาย บ้านอยู่ที่นี่เอง #หาซะรอบจักรวาล #อยู่ที่จิตที่ใจที่บริสุทธิ์ขึ้นมานี่เอง #จะพบพระพุทธเจ้าตัวจริงนะ #เราจะพบว่าพระพุทธเจ้ามีจริงจริง #แต่ว่าไม่ใช่เป็นพุทธเจ้าที่ไปนั่งเข้าแถว #นั่งสมาธิอะไรอย่างนั้นนะ #หรือบางสํานักก็นั่งเก้าอี้ พุทธเจ้านั่ง #บางสำนักก็นั่งสมาธิ #กระดุกกระดิกไม่ได้ด้วย เหมือนรูปปั้น ไม่ใช่หรอก #อะไรที่ยังเป็นรูปเป็นนามอยู่ไม่ใช่นิพพานนะ #เป็นรูปเป็นนามไม่ใช่นิพพาน นิพพานเป็นสภาวะที่สิ้นตัณหา #สิ้นทุกข์สิ้นขันท์ แต่ว่ามีไหมสภาวะนั้น...